อุปกรณ์ทำเบเกอรี่มีอะไรบ้าง แนะนำของจำเป็นที่ทุกครัวเบเกอรี่ควรมี

อุปกรณ์ทำเบเกอรี่

การเริ่มต้นเข้าสู่โลกของเบเกอรี่อาจทำให้มือใหม่รู้สึกว่ามีรายละเอียดและเครื่องมือที่ต้องเตรียมมากมาย แต่ในความเป็นจริง การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างครบสมบูรณ์ในคราวเดียว การคัดเลือกอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ที่จำเป็นและเป็นพื้นฐานให้พร้อมก่อน จะช่วยให้การเรียนรู้และสร้างสรรค์เมนูขนมอบเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมรายการอุปกรณ์ทำเบเกอรี่สำคัญที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น เพื่อเป็นแนวทางในการจัดเตรียมครัวให้พร้อมสำหรับการอบขนม

12 อุปกรณ์ทำเบเกอรี่ที่ควรมี

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเริ่มต้นทำขนมอบ การเตรียมเครื่องมือให้พร้อมถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ รายการอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ทั้ง 12 ชนิดต่อไปนี้ คือชุดเครื่องมือพื้นฐานที่ครอบคลุมกระบวนการส่วนใหญ่ ตั้งแต่การชั่งตวงวัตถุดิบ การผสม ไปจนถึงขั้นตอนการอบ ทำให้การทำตามสูตรต่าง ๆ เป็นไปอย่างแม่นยำและง่ายดายขึ้น

1. ตาชั่งดิจิตอล

ความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของการทำเบเกอรี่ ตาชั่งดิจิตอลจึงเป็นอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ชิ้นแรกที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด เนื่องจากสูตรขนมส่วนใหญ่ต้องการอัตราส่วนของส่วนผสมที่เที่ยงตรง การใช้ถ้วยตวงเพียงอย่างเดียวอาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากความหนาแน่นของวัตถุดิบที่แตกต่างกัน ตาชั่งดิจิตอลช่วยให้เราสามารถชั่งน้ำหนักของแป้ง น้ำตาล เนย และส่วนผสมอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ของขนมจะออกมาคงที่ในทุกครั้งที่ทำ

2. ถ้วยตวงและช้อนตวง

แม้ว่าตาชั่งดิจิตอลจะใช้สำหรับส่วนผสมหลัก แต่ถ้วยตวงและช้อนตวงยังคงจำเป็นสำหรับการตวงส่วนผสมที่มีปริมาณน้อย เช่น ผงฟู เบกกิ้งโซดา ยีสต์ เกลือ หรือกลิ่นวานิลลา รวมถึงการตวงของเหลวอย่างนมหรือน้ำ การเลือกใช้ชุดตวงที่มีหน่วยวัดชัดเจนและหลากหลายจะช่วยให้การเตรียมส่วนผสมสะดวกและรวดเร็ว ควรแยกชุดสำหรับตวงของแห้งและของเหลวออกจากกันเพื่อป้องกันความชื้นและการปนเปื้อน

3. เครื่องตีแป้งหรือตีไข่

การผสมส่วนผสมให้เข้ากัน หรือการตีส่วนผสมให้ขึ้นฟูอย่างไข่ขาวและวิปปิ้งครีม เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ทั้งแรงและเวลา เครื่องตีแป้งหรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้าจึงเป็นตัวช่วยทุ่นแรงที่สำคัญ สำหรับผู้เริ่มต้น อาจเลือกใช้เครื่องตีไข่มือถือ (Hand Mixer) ซึ่งเพียงพอสำหรับสูตรเค้ก คุกกี้ หรือบราวนี่ทั่วไป แต่หากวางแผนทำขนมปังหรือทำในปริมาณมากเป็นประจำ การลงทุนในเครื่องผสมอาหารแบบตั้งโต๊ะจะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น

4. ตะแกรงร่อนแป้ง

แป้งที่เก็บไว้ในถุงมักจับตัวเป็นก้อนเนื่องจากความชื้น การร่อนแป้งก่อนนำไปใช้งานจะช่วยทำให้อากาศแทรกซึมเข้าไปในเนื้อแป้ง ทำให้แป้งเบาขึ้นและช่วยกำจัดสิ่งสกปรกหรือเม็ดแป้งที่แข็งตัว นอกจากนี้ ตะแกรงร่อนแป้งยังช่วยกระจายส่วนผสมแห้งอื่น ๆ เช่น ผงฟู ผงโกโก้ หรือเบกกิ้งโซดา ให้เข้ากับเนื้อแป้งอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เนื้อสัมผัสของขนมที่ได้มีความเนียนละเอียด ไม่เป็นไตแข็ง

5. ชามผสม (Mixing Bowl)

ชามผสม

ชามผสมเป็นพื้นที่ทำงานหลักในการรวบรวมและผสมวัตถุดิบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ควรเตรียมชามผสมอย่างน้อย 2-3 ขนาด เพื่อรองรับปริมาณส่วนผสมที่แตกต่างกันในแต่ละขั้นตอน วัสดุที่ได้รับความนิยมคือสเตนเลสสตีล เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ทนทาน ทำความสะอาดง่าย และไม่เก็บกลิ่น หรือชามแก้วทนความร้อนที่สามารถใช้ละลายเนยในไมโครเวฟได้ การเลือกชามที่มีความลึกพอเหมาะจะช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนผสมกระเด็นออกนอกชามระหว่างการผสม

6. พายยางหรือไม้พาย

พายยางเป็น อุปกรณ์ทำเบเกอรี่ ที่มีความสำคัญในการตะล่อมส่วนผสม (Folding) ซึ่งเป็นเทคนิคการผสมที่ต้องการรักษาฟองอากาศในส่วนผสม เช่น การผสมเมอแร็งก์ไข่ขาวกับส่วนผสมแป้ง นอกจากนี้ยังใช้สำหรับปาดส่วนผสมที่ติดอยู่ตามขอบอ่างผสมให้เข้ากันอย่างทั่วถึง ทำให้ไม่สิ้นเปลืองวัตถุดิบและได้อัตราส่วนที่แม่นยำตามสูตร ควรเลือกใช้พายยางชนิดที่ทนความร้อน (Heat-resistant Silicone Spatula) เพื่อให้สามารถใช้กับส่วนผสมร้อนได้

7. กระชอนกรองของเหลว / ตะแกรงกรอง

ในหลายเมนูที่ต้องการความเนียนละเอียดของเนื้อสัมผัส เช่น คัสตาร์ด ซอสผลไม้ หรือสังขยา การนำส่วนผสมมากรองผ่านกระชอนตาถี่จะช่วยกำจัดก้อนแป้งเล็กๆ หรือเศษไข่ขาวที่ไม่เข้ากันออกไป ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เนียนนุ่ม นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ในการโรยน้ำตาลไอซิ่งหรือผงโกโก้เพื่อตกแต่งหน้าขนมให้สวยงาม กระชอนกรองจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพของขนมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

8. ถาดอบ / พิมพ์ขนม

พิมพ์ขนมเป็นภาชนะที่ใช้กำหนดรูปร่างหน้าตาของขนมอบ อุปกรณ์ทำเบเกอรี่ ชนิดนี้มีรูปแบบหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของขนม สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยพิมพ์พื้นฐานที่ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ถาดอบคุกกี้แบบแบน พิมพ์เค้กทรงกลมขนาดมาตรฐาน และพิมพ์มัฟฟิน วัสดุของพิมพ์ เช่น อะลูมิเนียมหรือโลหะเคลือบกันติด จะมีผลต่อการกระจายความร้อนและการนำขนมออกจากพิมพ์

9. กระดาษไข หรือแผ่นรองอบซิลิโคน

เพื่อป้องกันปัญหาขนมติดถาดและช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น กระดาษไขหรือแผ่นรองอบซิลิโคนคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ กระดาษไขช่วยให้ขนมไม่สัมผัสกับผิวถาดโดยตรง ทำให้แกะขนมออกได้ง่าย และยังช่วยให้คุกกี้อบออกมามีฐานที่สวยงาม ส่วนแผ่นรองอบซิลิโคนสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทนความร้อนสูง และช่วยกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ ลดขั้นตอนการทาไขมันที่พิมพ์ได้

10. เตาอบ

เตาอบคือหัวใจหลักของการทำเบเกอรี่ หากไม่มีเตาอบ การทำขนมอบส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ สำหรับครัวเรือนทั่วไป เตาอบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลางก็เพียงพอต่อการใช้งานเบื้องต้น สิ่งสำคัญคือการเลือกเตาอบที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ และต้องทำความเข้าใจการทำงานของเตาที่ใช้ เช่น ตำแหน่งไฟบน-ล่าง หรือระบบพัดลมกระจายความร้อน การอุ่นเตาให้ได้อุณหภูมิตามที่สูตรกำหนดก่อนนำขนมเข้าอบเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่ง

11. ตะแกรงพักขนม

หลังจากนำขนมออกจากเตาอบแล้ว ไม่ควรวางพักไว้บนถาดทึบหรือในพิมพ์นานเกินไป เพราะไอน้ำที่ระเหยออกมาจะสะสมอยู่ใต้ขนม ทำให้ก้นขนมแฉะและสูญเสียความกรอบ ตะแกรงพักขนม ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทรอบตัวขนมทุกทิศทาง ช่วยระบายความร้อนและความชื้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ขนมคงเนื้อสัมผัสที่ดีไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความกรอบของคุกกี้หรือความนุ่มฟูของเค้ก

12. นาฬิกาจับเวลา

การอบขนมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความแม่นยำด้านเวลา การคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่นาทีอาจส่งผลให้ขนมไหม้เกรียมหรืออบไม่สุกได้ แม้ว่าเตาอบสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะมีฟังก์ชันตั้งเวลาในตัว แต่นาฬิกาจับเวลาแบบแยกต่างหากยังคงมีประโยชน์ในการช่วยเตือนความจำ โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดการหลายขั้นตอนพร้อมกัน หรือใช้จับเวลาในขั้นตอนการพักแป้งโดว์ การมีนาฬิกาที่แม่นยำช่วยให้เราควบคุมกระบวนการอบได้อย่างมั่นใจ

เตาอบทำเบเกอรี่

การมีอุปกรณ์ทำเบเกอรี่พื้นฐานที่ครบถ้วนจะช่วยให้การเริ่มต้นทำขนมเป็นเรื่องง่ายและลดข้อผิดพลาดลงได้ เมื่อเตรียมเครื่องมือขนาดเล็กพร้อมแล้ว การลงทุนในเครื่องครัวชิ้นสำคัญอย่างเตาอบที่มีคุณภาพก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม Tecnoplus มีเตาอบและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊สที่ใช้งานร่วมกับเครื่องดูดควันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำอาหารและเบเกอรี่ภายในบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

0