แจกวิธีทำแกงเขียวหวาน หอมกะทิเครื่องพริกแกงจัดจ้านรสกลมกล่อม

แกงเขียวหวาน

แกงเขียวหวานเป็นหนึ่งในเมนูอาหารไทยที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความหอมของเครื่องสมุนไพร การทำแกงเขียวหวานให้อร่อยนั้นหัวใจสำคัญอยู่ที่ความเข้มข้นของกะทิและเครื่องแกงที่จัดจ้าน บทความนี้จะพาเราไปพบกับเคล็ดลับและขั้นตอนการทำแกงเขียวหวานรสเลิศที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ เพื่อสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับมื้ออาหารของเรา

แกงเขียวหวานต้องมีรสชาติเป็นอย่างไร

รสชาติที่ดีของแกงเขียวหวานคือความกลมกล่อมลงตัว มีรสเค็มนำตามด้วยรสหวานเล็กน้อยจากกะทิและน้ำตาลปี๊บ พร้อมความเผ็ดร้อนที่พอดีจากพริกแกงเขียวหวาน สิ่งสำคัญคือกลิ่นหอมอันโดดเด่นของเครื่องแกงเขียวหวานและสมุนไพรสด เช่น ใบมะกรูดและใบโหระพา เมื่อรวมกับความมันของหัวกะทิที่แตกมันสวยงาม จะทำให้ได้รสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ

แกงเขียวหวานแบบต่าง ๆ

แกงเขียวหวานสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหลักได้หลากหลายตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ให้ความเข้มข้น หรือลูกชิ้นปลาที่ให้รสสัมผัสเบาลงมา แต่ละรูปแบบยังคงเอกลักษณ์ความหอมของเครื่องแกงไว้เป็นอย่างดี ทำให้เราสามารถเลือกสร้างสรรค์เมนูแกงเขียวหวานในแบบฉบับของตัวเองได้เสมอ

แกงเขียวหวานไก่

แกงเขียวหวานไก่ถือเป็นสูตรพื้นฐานและเป็นที่นิยมมากที่สุด ด้วยเนื้อไก่ที่นุ่มเข้ากันได้ดีกับรสชาติของน้ำแกง เป็นเมนูที่ทำง่ายและถูกปากคนทุกวัย การเลือกใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพกหรือน่องจะช่วยให้แกงมีความชุ่มฉ่ำและรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้น

วัตถุดิบ

การเตรียมวัตถุดิบสำหรับแกงเขียวหวานไก่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ควรเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ โดยเฉพาะพริกแกงเขียวหวานและกะทิ เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นหอมที่ดีที่สุด ส่วนประกอบหลักที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้

  • เนื้อไก่ (ส่วนสะโพกหรืออก) 300 กรัม
  • พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • มะเขือเปราะ 100 กรัม
  • มะเขือพวง 50 กรัม
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

ขั้นตอนการทำแกงเขียวหวานไก่ไม่ซับซ้อน เพียงแค่ผัดเครื่องแกงเขียวหวานให้หอมและเคี่ยวส่วนผสมให้เข้ากันอย่างลงตัว การควบคุมความร้อนของเตาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กะทิแตกมันสวยงามและไม่ไหม้ติดกระทะ เริ่มต้นตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ผัดหัวกะทิด้วยไฟกลางจนเริ่มแตกมัน จากนั้นใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดจนมีกลิ่นหอม
  • ใส่เนื้อไก่ลงผัดจนสุก แล้วค่อย ๆ เติมหางกะทิลงไป
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ รอจนเดือดอีกครั้ง
  • ใส่มะเขือเปราะและมะเขือพวง ต้มต่อจนมะเขือสุกนิ่ม
  • ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดง และใบโหระพา คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ

แกงเขียวหวานเนื้อ

แกงเขียวหวานเนื้อ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเข้มข้นของรสชาติเนื้อ แกงเขียวหวานเนื้อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เนื้อวัวที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มจะดูดซับรสชาติของน้ำแกงเข้าไปอย่างเต็มที่ ทำให้ได้รสสัมผัสที่หนักแน่นและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบ

การเลือกใช้เนื้อวัวส่วนที่ติดมันเล็กน้อย เช่น เนื้อสันในหรือเนื้อน่องลาย จะช่วยให้แกงมีรสชาติที่ดีขึ้น และควรเตรียมเครื่องแกงเขียวหวานและส่วนผสมอื่น ๆ ให้พร้อม เพื่อความต่อเนื่องในการปรุงอาหาร

  • เนื้อวัว (หั่นชิ้นพอดีคำ) 300 กรัม
  • พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 300 มิลลิลิตร
  • มะเขือเปราะ 100 กรัม
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

เคล็ดลับของแกงเขียวหวานเนื้อคือการเคี่ยวเนื้อให้นุ่มก่อนนำมาแกง หรือใช้เวลาในการเคี่ยวในน้ำแกงให้นานขึ้น เพื่อให้เนื้อเปื่อยและรสชาติของพริกแกงเขียวหวานซึมเข้าสู่เนื้อได้อย่างทั่วถึง

  • ผัดหัวกะทิด้วยไฟกลางจนแตกมัน ใส่พริกแกงเขียวหวานลงผัดให้หอม
  • ใส่เนื้อวัวลงไปผัดจนผิวเริ่มตึง แล้วเติมหางกะทิลงไป
  • เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อย ๆ จนเนื้อวัวเริ่มเปื่อยนุ่ม อาจใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ จากนั้นใส่มะเขือเปราะลงไปต้มจนสุก
  • ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดง และใบโหระพา คนให้เข้ากัน ปิดไฟพร้อมจัดเสิร์ฟ

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาเป็นเมนูที่ให้รสชาติเบาลงมา แต่ยังคงความจัดจ้านของเครื่องแกงไว้ครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ใหญ่ การใช้ลูกชิ้นปลากรายหรือปลาอินทรีที่เหนียวนุ่มจะเข้ากันได้ดีกับน้ำแกงอย่างไม่น่าเชื่อ

วัตถุดิบ

การเลือกลูกชิ้นปลาที่ทำจากเนื้อปลาแท้และมีความสดใหม่ จะช่วยยกระดับรสชาติของแกงเขียวหวานชามนี้ได้เป็นอย่างดี ควรเตรียมส่วนผสมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มลงมือทำ เพื่อความรวดเร็ว

  • ลูกชิ้นปลากรายหรือปลาอินทรี 300 กรัม
  • พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • มะเขือเปราะ 100 กรัม
  • กระชายซอย 30 กรัม (ใส่หรือไม่ก็ได้)
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด
  • ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

การทำแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลานั้นใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากลูกชิ้นปลาสุกง่ายอยู่แล้ว จุดเด่นคือการรักษารสชาติที่สะอาดของเนื้อปลาและความหอมของเครื่องแกงเขียวหวานให้สมดุลกัน

  • ตั้งกระทะใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวด้วยไฟกลางจนแตกมัน
  • ใส่พริกแกงเขียวหวานลงผัดกับหัวกะทิจนส่งกลิ่นหอม
  • ค่อย ๆ เติมหางกะทิลงไป รอจนน้ำแกงเดือดอีกครั้ง
  • ใส่ลูกชิ้นปลา มะเขือเปราะ และกระชายซอยลงไป ต้มจนมะเขือสุก
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ
  • ขั้นตอนสุดท้ายใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าแดง และใบโหระพา คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ
วิธีทำแกงเขียวหวาน

การทำแกงเขียวหวานให้อร่อยอยู่ที่การเลือกใช้พริกแกงคุณภาพดีและความสดใหม่ของวัตถุดิบ การเคี่ยวจนกะทิแตกมันสวยงามจะช่วยดึงความหอมของเครื่องแกงออกมาได้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน การมีอุปกรณ์ครัวที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเตาไฟฟ้าที่ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ หรือเตาแก๊สที่ให้ไฟแรงสม่ำเสมอ พร้อมด้วยเครื่องดูดควันที่ช่วยจัดการกลิ่นและควันได้อย่างหมดจด ทำให้ทุกเมนูสำเร็จได้ดั่งใจ เลือกชมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อเติมเต็มห้องครัวของเรา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

0