10 วิธีดับกลิ่นอาหารในห้องแอร์ให้หมดไป ไม่ทิ้งกลิ่นตกค้าง

10 วิธีดับกลิ่นอาหารในห้องแอร์

การรับประทานอาหารในห้องแอร์เป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่กลิ่นอาหารที่ตกค้างอาจกลายเป็นปัญหากวนใจ การค้นหาวิธีดับกลิ่นอาหารในห้องแอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ห้องกลับมามีบรรยากาศที่สดชื่นอีกครั้ง บทความนี้รวบรวมหลากหลายแนวทางในการจัดการกลิ่นไม่พึงประสงค์ เพื่อให้ห้องแอร์ของเราปราศจากกลิ่นอาหารตกค้างอย่างแท้จริง

10 วิธีดับกลิ่นอาหารในห้องแอร์

เมื่อกลิ่นอาหารคละคลุ้งอยู่ในห้องแอร์ การจัดการที่ถูกวิธีจะช่วยให้บรรยากาศกลับมาสดชื่นดังเดิม การเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความสะดวกของแต่ละบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ลองพิจารณาแนวทางต่าง ๆ เพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเรียกคืนความหอมสดชื่นให้กับห้องของเราอย่างรวดเร็วและได้ผลดีที่สุด

1. เปิดพัดลมดูดอากาศหรือหน้าต่าง

วิธีเบื้องต้นในการลดกลิ่นอาหารในห้องแอร์คือการระบายอากาศ เปิดพัดลมดูดอากาศเพื่อดึงอากาศที่มีกลิ่นออกไปด้านนอก หรือหากไม่มีพัดลมดูดอากาศ การเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเจือจางกลิ่นอาหารให้เบาบางลงได้ แม้จะเป็นวิธีที่ง่ายแต่ก็สามารถช่วยลดความเข้มข้นของกลิ่นที่สะสมอยู่ภายในห้องได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้องกลับมาสดชื่นเร็วขึ้น

2. ใช้น้ำส้มสายชูช่วยดูดกลิ่น

น้ำส้มสายชูมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นได้ดี เทน้ำส้มสายชูใส่ภาชนะแล้วนำไปวางไว้ในห้องที่มีกลิ่นอาหาร ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยลดความรุนแรงของกลิ่นลงได้ อาจจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ก็เป็นวิธีที่สามารถหาของได้ง่ายจากในครัวเรือน และปลอดภัยต่อการใช้งานในพื้นที่ปิดอย่างห้องแอร์ ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจัดการกลิ่นอาหาร

3. อย่าทิ้งของสดไว้นอกตู้เย็น

ของสด เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผักผลไม้บางชนิด เมื่อวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในห้องที่มีอุณหภูมิค่อนข้างอุ่นจากเครื่องปรับอากาศ จะทำให้เกิดการเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นได้ง่าย ควรเก็บรักษาของสดเหล่านี้ในตู้เย็นทันทีหลังจากการใช้งาน หรือหากยังไม่ได้รับประทาน เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์สะสมในห้องแอร์ตั้งแต่ต้นเหตุ

4. ใช้ถ่านไม้ดูดกลิ่น

ถ่านไม้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องคุณสมบัติการดูดซับกลิ่น นำถ่านไม้จำนวนหนึ่งใส่ในภาชนะโปร่ง เช่น ตะกร้า หรือถุงผ้า แล้วนำไปวางตามมุมห้องหรือบริเวณที่มีกลิ่นอาหารสะสมอยู่ ถ่านจะค่อย ๆ ดูดซับกลิ่นเหล่านั้น ทำให้กลิ่นอาหารในห้องแอร์ลดน้อยลง เป็นวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและหาซื้อได้ไม่ยาก ช่วยให้ห้องมีอากาศที่สะอาดขึ้น

5. ใช้เครื่องดูดควัน

หากมีการประกอบอาหารในบริเวณใกล้เคียงกับห้องแอร์ หรือแม้แต่การอุ่นอาหารที่มีกลิ่นแรง การใช้เครื่องดูดควันขณะปรุงอาหารจะช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นและควันกระจายเข้าสู่ห้องแอร์ได้ตั้งแต่แรก เครื่องดูดควันจะดูดไอน้ำมันและกลิ่นต่าง ๆ ออกไป ทำให้ลดโอกาสที่กลิ่นจะไปติดค้างตามผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นการป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ

6. จุดเทียนหอม หรือใช้เครื่องพ่นไอน้ำกลิ่นอโรม่า

ใช้เครื่องพ่นไอน้ำกลิ่นอโรม่า

การใช้กลิ่นหอมเพื่อกลบกลิ่นอาหารก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยม จุดเทียนหอมกลิ่นที่ชอบ หรือใช้เครื่องพ่นไอน้ำเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่าง ๆ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและทำให้กลิ่นอาหารที่ตกค้างอยู่เบาบางลงได้ ควรเลือกกลิ่นที่ไม่ฉุนจนเกินไป และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการจุดเทียน เพื่อให้ได้ทั้งความหอมและความปลอดภัยในห้อง

7. ใช้ผงกาแฟดูดกลิ่น

กากกาแฟหรือผงกาแฟคั่วบดมีคุณสมบัติในการดูดกลิ่นได้ดีเช่นกัน นำกากกาแฟที่แห้งแล้ว หรือผงกาแฟใหม่ ใส่ในถ้วยหรือภาชนะเปิด แล้วนำไปวางไว้ในห้องแอร์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกาแฟจะช่วยกลบกลิ่นอาหาร และตัวผงกาแฟเองก็จะช่วยดูดซับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เหล่านั้น ทำให้ห้องมีกลิ่นที่ดีขึ้น เป็นวิธีที่ง่ายและยังได้ประโยชน์จากของเหลือใช้อีกด้วย

8. ใช้หัวหอมกำจัดกลิ่น

อาจจะฟังดูแปลกแต่หัวหอมสามารถช่วยลดกลิ่นอาหารบางชนิดได้ หั่นหัวหอมครึ่งลูกแล้ววางไว้ในห้องที่มีกลิ่นอาหารตกค้าง เชื่อกันว่าหัวหอมจะช่วยดูดซับกลิ่นเหล่านั้นได้ หลังจากกลิ่นเริ่มจางหาย ควรนำหัวหอมออกจากห้องเพื่อไม่ให้มีกลิ่นหัวหอมมารบกวนแทน เป็นวิธีที่อาจจะต้องทดลองดูว่าได้ผลกับกลิ่นประเภทใดบ้าง

9. โรยเบกกิ้งโซดาตามจุดที่มีกลิ่น

เบกกิ้งโซดาหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบในครัวเรือนที่มีคุณสมบัติในการดูดกลิ่นได้ดี นำเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยแล้ววางไว้ในห้อง หรือโรยเบกกิ้งโซดาลงบนพรมหรือโซฟาที่มีกลิ่นอาหารติดอยู่ ทิ้งไว้สักพักแล้วดูดออก เบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับกลิ่นอับและกลิ่นอาหาร ทำให้ห้องกลับมาสดชื่นได้ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและจัดการได้ง่าย

10. สเปรย์ดับกลิ่น

ในกรณีที่ต้องการความรวดเร็ว สเปรย์ดับกลิ่นสำเร็จรูปก็เป็นทางเลือกที่สะดวก สามารถฉีดพ่นในห้องแอร์เพื่อลดกลิ่นอาหารได้ทันที ควรเลือกสเปรย์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือชนิดที่ระบุว่าปลอดภัยสำหรับใช้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ และไม่ควรฉีดพ่นในปริมาณที่มากจนเกินไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างมากนัก

การจัดการกลิ่นอาหารทำได้ตั้งแต่การทำอาหาร

การจัดการกลิ่นอาหารในห้องแอร์มีหลากหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก ตั้งแต่การระบายอากาศ การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเช่น น้ำส้มสายชู ถ่านไม้ หรือกากกาแฟ ไปจนถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างเครื่องดูดควัน การเลือกวิธีดับกลิ่นอาหารในห้องแอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้ห้องกลับมาสดชื่นได้อีกครั้ง เพื่อให้การพักผ่อนหรือทำกิจกรรมในห้องเป็นไปอย่างมีความสุข หากกำลังมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ช่วยลดปัญหากลิ่นตั้งแต่ต้นเหตุ Tecnogas มีเครื่องดูดควันหลากหลายรุ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพเตาไฟฟ้าและเตาแก๊สที่ทำความสะอาดง่าย ไม่มีกลิ่นสะสม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

0